วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2556

1. บทแรก สัมภาษณ์และเริ่มเข้างาน

เอาล่ะ กลับมาเจอกันอีกครั้ง
เริ่มกันเลย สำหรับบทแรก

1. บทแรก สัมภาษณ์และเริ่มเข้าเรียน

     ตั้งแต่เริ่มแรก คุณรู้จักโรงเรียน PPMS จากที่ใด สำหรับผมรู้จักทางอินเตอร์เนต By JOBTHAI
ผมกรอกใบสมัครแนะนำตัวและรอสัมภาษณ์ หลังจากนั้นประมาณเดือนกว่า ธุรการโรงเรียน ก็โทรศัพท์ เรียกผมไปสอบข้อเขียนและสัมภาษณ์ ในวันเดียวกัน คุณเคยเจอคำถามเหล่านี้ในข้อเขียนหรือไม่

- หินสองก้อนได้แก่ หิน A และหิน Bโยนขึ้นไปในอากาศ น้ำหนักเท่ากัน จงบอกว่าหินก้อนใด
ตกก่อนกัน (คำถามง่ายๆนี้ ใครก็ตอบได้ โดยหลักทางฟิสิกส์หรือวิทยาศาสตร์ เมื่อนำหนักและรูปทรงเหมือนกันหรือเท่ากัน ก็ต้องตกพร้อมกันสิครับ ...แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าคำตอบจะผิดน่ะ ก็ลองดูใหม่สิ หิน A กับหิน B โอ้พระเจ้าไม่น่าเชื่อหิน Bบินได้ด้วย แบบนี้ก็มีนะ)

- หากมีน้ำ 1,000 ลิตรใส่ภาชนะกับก้อนเหล็ก 1 ตัน โดยไปชั่งน้ำหนักตราชั่งที่เทียบวัดเที่ยงตรงแม่นยำ ท่านคิดว่าระหว่างน้ำกับเหล็ก สิ่งใดที่มีน้ำหนักกว่ากัน (บางคนดูแค่วัตถุว่าเป็นเหล็กก็คิดว่าหนักมากกว่า แต่ผิดครับ คำตอบน้ำ 1,000 ลิตร เท่าำำำกับ 1 ตัน เหล็กกับน้ำก็น่าจะเท่ากันครับ แต่ก็ผิดอีกครับ...อย่าลืมสิครับน้ำใส่ภาชนะอยู่นะคิดภาชนะใดไม่มีน้ำหนักกัน ก็แหงล่ะ น้ำหนักกว่าเหล็กครับ อยู่ดี ก็บอกแล้วว่าน้ำหนัก)

- หากมีคนเปิดหลอดไฟหนึ่งดวงทิ้งไว้นานเป็นชั่วโมงและเพิ่งขาดไปและมีคนปิดมันไปเมื่อสักครู่นี้เอง และคุณก็ไม่รู้ว่าเค้าเพิ่งปิดไปดวงไหนที่หลอดขาด ห้องนั้นเป็นห้องปิดทึบไม่สามารถมองเห็นจากด้านนอก คุณได้รับมอบหมายเปลี่ยนหลอดไฟในห้องนั้นโดยมีโอกาสเข้าไปในห้องนั้นได้แค่ครั้งเดียวเพราะไม่กี่นาทีจะมีการใช้ห้องนั้นประชุมงานอีก โดยในห้องมีแค่โต๊ะประชุมกับเก้าอี้ที่สามารถยืนเปลี่ยนหลอดได้แค่นั้น คุณจะทำยังไงเพื่อที่จะรู้ว่าหลอดไฟ หลอดไหนที่ขาดและเพิ่งปิดไป ลืมบอกไปในห้องมีหลอดไฟอยู่ 4 ดวงและสวิตซ์อยู่นอกห้องนั้น (บางคนก็บอกว่าก่อนเข้าห้องก็เปิดไฟไว้ทั้งสี่ดวงเลย แค่ก็รู้แล้วว่าดวงไหนไม่ติด แต่นี่หลักการที่ปลอดภัยเพราะระหว่างที่คุณเปลี่ยนหลอดไฟที่เสียอยู่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าไฟไม่ดูดคุณกัน

คำตอบคือ คุณประสาทสัมผัสทางกายที่ดีเยี่ยมจงใช้มันให้เกิดประโยชน์ ก่อนเข้าห้องสวิตซ์ไฟทั้งหมดถูกปิดอยู่ คุณยืนบนโต๊ะหรือเก้าอี้ประชุม(ไม่มีล้อเลื่อน)จับหลอดไฟทั้งหมดสี่ดวง เมื่อรู้จักว่าหลอดไฟใดที่ร้อนจัดกว่าดวงอื่นๆ หลอดไฟนั่นแหละที่คุณจะเปลี่ยนทันทีครับ)

ข้อเขียนเหล่านี้แค่ทดสอบความรู้พื้นฐานและไหวพริบในการตอบคำถามเท่านั้น
จงฝึกคิดไว้แหละดีครับ

BY ลูกพ่อขุนราม ศิษย์พระจอม

วันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

4. บทสี่ การสั่งซื้อและวิเคราะห์โครงงาน(ต่อ 5จบ)


4. บทสี่ การสั่งซื้อและวิเคราะห์โครงงาน(ต่อ 5จบ)

กลับมาแล้วมาครับห่างหายไปนานเลย ช่วงนี้เก็บเกี่ยวประสบการณ์งานก่อสร้างโรงไฟฟ้าทางใต้อยู่
ตอนนี้จะเห็นงานในแวดวงรับเหมาก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกกันมากขึ้น
ไม่ว่าจะเป็น โรงไฟฟ้าไบโอดีเซล โรงไฟฟ้ากากพืชไร่ อ้อย ข้าวโพด ถั่วเหลือง
โรงไฟฟ้าจากเตาเผาขยะ โรงไฟฟ้าพลังงานลมและแสงอาทิตย์ ตอบรับกระแสการลงทุนมากขึ้น
หวังว่าเราจะมีการสร้างงานให้กลุ่มงานเหล่านี้ได้มากขึ้น

มาเริ่มเรื่องกันดีกว่าครับ โรงไฟฟ้าจากการผลิตปูนซีเมนต์ และการผลิตกระดาษ
ส่วนใหญ่พวกนี้จะมีระบบทำงานเหมือนๆกัน จำแนกได้ 3 ส่วนดังนี้
1.ส่วนการผลิตวัตถุดิบต้นทาง ได้แก่
- น้ำมันเตา/ดีเซล และกากน้ำมันเสีย เป็นวัตถุดิบต้นทาง
   ส่วนนี้จะนำส่งเข้าเตาเผาที่หัวจุดเตาเผาเพื่อเริ่มการเผาไหม้
- กระบวนการขนถ่ายสายพาน (Conveyer)
   ส่วนนี้จะลำเลียงการกากปูนหรือเปลือกไหม้ เพื่อแยกย่อยก่อนส่งเข้าเตาเผา
- แหล่งน้ำดิบและลมต้นทาง
   ส่วนนี้จะเก็บน้ำและลมส่งเลี้ยงระบบหม้อต้มเพื่อการผลิตไฟฟ้า

2.ส่วนกระบวนการผลิตไฟฟ้า ได้แก่
- กระบวนการลำเลียงส่งวัตถุดิบและน้ำเติม คือ ส่งส่วนกากแยกย่อยเข้าเตาเผาด้วยสายพาน
- กระบวนการต้มน้ำเดือด คือ การต้มน้ำผลิตไอน้ำด้วยเตาเผา
- กระบวนการส่งไอน้ำและผลิตไฟฟ้า คือ การลำเลียงส่งไอน้ำส่งกังหันผลิตไฟฟ้าจากเตาเผา

3.ส่วนผลิตผลปลายทาง ได้แก่
- กากเสียเหลือการผลิต คือ ขี้เถ้ากากปูน แกลบขี้เถ้าจากเปลือกไม้ ส่วนนี้จะใช้ในการผสมปูนทนไฟ
- น้ำเหลือการผลิต คือ น้ำที่เหลือทิ้งจากการต้มเดือดจะมีส่วนน้ำทิ้งนี้จะปล่อยบ่อบำบัด
   ก่อนส่งแหล่งน้ำธรรมชาติ
- ไอน้ำเหลือการผลิต คือ ส่วนเหลือใช้การส่งกังหันไอน้ำผลิตไฟฟ้าจะนำไปใช้ในการผลิตเพื่ออบปูน
   หรือเยื่อกระดาษต่อไป

อาจจะสงสัยว่าหินที่ใช้ผลิตปูนซีเมนต์นำมาผลิตต้มไอน้ำอย่างไร ไม่คิดมากไปเพราะหินส่วนนี้ไม่เกี่ยวกับการผลิตไฟฟ้าแต่อย่างใด การผลิตไฟ้ฟ้าด้วยเตาเผาอาศัยน้ำมันเตาและกากน้ำมันเสียเท่านั้น
แต่การผลิตกระดาษมีส่วนการเปลือกไม้ที่ไม่ใช้การผลิตกระดาษนำมาบดย่อยเป็นเชื้อเพลิงในเตาเผา

ในโรงไฟฟ้าอื่นๆ ที่มีลักษณะเดียวกัน คือ โรงสีข้าว โรงน้ำมันปาล์ม โรงน้ำมันถั่วเหลืองและข้าวโพด
โรงน้ำตาล โรงงานผลิตกาแฟ องค์ประกอบหลักได้แก่ เชื้อเพลิงต้นทาง สายพานลำเลียง เตาเผาต้มไอน้ำ กังหันไอน้ำผลิตไฟฟ้า

จะเห็นว่าโรงไฟฟ้าในกลุ่มนี้จะมีมากขึ้นเรื่อยๆตอบรับผลิตผลและความต้องการของโรงงานดังนั้น
โรงไฟฟ้าในโรงงานประเภทนี้ได้รับการสนับสนุนมากขึ้นเพราะจะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าจากส่วนกลางผลิต
และมีกระแสไฟฟ้าเหลือใช้ขายคืนการไฟฟ้าอีกด้วย

หากคิดจะสร้างหมู่บ้านหรือโรงงาน ลองคิดหาทางเลือกการใช้ไฟฟ้าในการผลิตเหลือใช้บ้างก็ดีนะครับ
ไม่ว่าจะเป็น ฟางข้าว เปลือกข้าวจากการสี เปลือกเมล็ดพืช เปลือกไม้ แม้แต่ของเสียจากอุตสาหกรรมที่เผาไหม้ได้ ก็นำมาเป็นเชื้อเพลิงในเตาเผาต้มไอน้ำได้ทั้งนั้น แต่หม้อต้มไอน้ำลองดูผู้ผลิตที่ยอมรับได้
ส่วนใหญ่นำเข้าทั้งหมดแต่ก็มีผู้ผลิตในไทยสำหรับหม้อต้มไอน้ำขนาดเล็ก มีไม่กี่แหล่งหรอกครับลองหาดูละกัน

สำหรับเรื่องส่วนบทสี่ ก็จบไว้เพียงเท่านี้ การทำงานมีประสบการณ์มากมายไม่ได้หาได้จากสถานศึกษา
ลองสัมมนาและทัศนศึกษาโรงงานกับโรงไฟฟ้าทางเลือกแล้วคุณจะได้อะไรอีกเยอะครับ
แล้วพบกันใหม่ใน บทที่ห้า ติดตามและประเมินผลการเรียนการสอน

BY ลูกพ่อขุนราม ศิษย์พระจอม

วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2556

4. บทสี่ การสั่งซื้อและวิเคราะห์โครงงาน(ต่อ 4)

4. บทสี่ การสั่งซื้อและวิเคราะห์โครงงาน(ต่อ 4)
กลับมาพบกันอีกครั้งในภาคต่อ  การวิเคราะห์โครงงานในกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมี จากประสบการณ์การทำงานในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมระยอง
เราได้รู้จักบริษัทที่ทำงานในกลุ่มนี้ได้แก่ ปตท. PTT และเครือ ได้แก่ PTTAR และPTTCH ปัจจุบันรวมกิจการเป็น PTTGC นอกจากนั้นก็จะมี IRPC เดิมเป็นของ TPI ถูกยึดอำนาจจาก ปตท.ที่ถือหุ้นใหญ่
และมีบริษัท เครือซีเมนต์ไทย ปูนใหญ่ SCG มีเครือกลุ่ม ได้แก่ SCC,SCCC นอกจากนั้นยังมีอีกหลายบริษัทในนิคมอุตสาหกรรม เช่น VNT วินีไทย IVL อินโดรามา TOP ไทยออยล์ TPIPL ทีพีไอโพลีน เป็นต้น
รายชื่อบริษัทในกลุ่มนี้มีมากมาย แตกเป็นบริษัทเล็กบริษัทน้อยมากมาย แต่บริษัทหลักที่จะว่าเป็นมหาอำนาจในเครือนิคมระยองจะมีก็แต่ 2 บริษัทนี้เท่านั้น คือ ปตท. และ ปูนซีเมนต์ไทย ซึ่งดูแลกิจการบริษัทในเครือตั้งแต่
โรงไฟฟ้า โรงกลั่น ปิโตรเคมี และท่าเรือน้ำมันขนส่งเชื้อเพลิงต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่การผลิตสารตั้งต้นวัสดุกลุ่มพลาสติกอีกด้วย

ระหว่างที่ผมกำลังพิมพ์บทความนี้ เป็นช่วงเปลี่ยนโครงการใหม่จากที่ทำในนิคมอุตสาหกรรมระยองจากโรงกลั่นและปิโตรเคมี ได้เปลี่ยนรูปแบบงานจากทำโรงไฟฟ้าจากระบบท่อในหม้อต้มไอน้ำและกระบวนการ
ไปเป็นองค์ประกอบระบบท่อน้ำเลี้ยงหม้อต้มไอน้ำ คือ Water Treatment Piping ซึ่งจะจ่ายจากอาคารน้ำบำบัด มีท่อหลักได้แก่ Raw water,Service water,Demins water, Waste Water,Cooling Water เป็นต้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญ
ที่จะทำให้ระบบหม้อต้มไอน้ำทำงานได้ดี หากขาดน้ำเลี้ยงเหล่านี้ก็จะทำงานไม่ได้เลย ถือว่าผมมีโอกาสที่ดีได้สัมผัสงานในหลายๆส่วนมีประสบการณ์ที่สำคัญมาถ่ายทอดเล่าสู่กันอ่านต่อไปนะครับ

กลับมาเรื่องกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมีกันดีกว่า จะว่าไปแล้วระบบกลุ่มนี้ก็มีโรงหม้อต้มไอน้ำอยู่ส่วนหนึ่งแต่จะต่างจากโรงไฟฟ้าที่ไม่ได้ต้องการใช้ไฟฟ้าเป็นหลักแต่ต้องการไอน้ำไปเลี้ยงระบบกระบวนการ(Process) การกลั่นและการผลิตปิโตรเคมี ไม่เว้นอุตสาหกรรมอื่นๆ พลาสติก เหล็ก ผ้า เครื่องหนัง ยาง อาหาร จำเป็นต้องใช้ไอน้ำเข้ามาใช้ในกระบวนการทั้งนั้น สำหรับหม้อต้มไอน้ำในอุตสาหกรรมกลุ่มนี้จะวิเคราะห์ได้ดังนี้
1.กระบวนการต้นทาง มีองค์ประกอบ ได้แก่
1.1 ต้นเชื้อเพลิง คือ เชื้อเพลิงในการเผาไหม้การผลิตเพื่อการผลิตปิโตรเคมี กลั่นน้ำมัน (น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน น้ำมันเหลือใช้ต่างๆ)
1.2 วัตถุดิบ คือ ต้นทุนการผลิต ที่นำมาใช้ ได้แก่ น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ วัตถุต้นเชื้อการผลิต (กระบวนการนี้จะอาศัยต้นเชื้อเพลิงมาเผาไหม้หรือถ่ายพลังความร้อนให้วัตถุดิบให้เปลี่ยนสถานะและรูปร่างให้เป็นไปตามต้องการ)
1.3 น้ำเลี้ยง คือ น้ำหล่อเลี้ยงระบบ ได้แก่ ไอน้ำ น้ำหล่อเย็น ลมเย็นก็ได้ มีน้ำเป็นองค์ประกอบเช่นกัน ทำให้กระบวนการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2.กระบวนการปลายทาง มีองค์ประกอบ ได้แก่
2.1 ผลผลิต คือ น้ำมันหรือก๊าซที่ได้จากการกลั่น หรือ ผลผลิตที่วัตถุดิบต้นทาง ไม่ว่าจะเป็นสารตั้งต้นการผลิตที่ใช้ในกระบวนการอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมเคมี พลาสติก เครื่องหนัง ยาง อาหาร บรรจุภัณฑ์ต่างๆที่ต้องการใช้
2.2 เชื้อเพลิงเหลือใช้ คือ เชื้อเพลิงที่เหลือจากกระบวนการเผาไหม้ในการผลิต
2.3 วัตถุดิบเหลือใช้ คือ ส่วนเหลือจากการผลิตไม่ต้องการใช้จากผลผลิต
2.4 น้ำเหลือใช้ คือ น้ำ หรือไอน้ำ หรือลม ที่ออกจากกระบวนการผลิตเมื่อทำหน้าที่เสร็จสิ้นแล้ว

3.กระบวนการเหลือใช้ มีองค์ประกอบ ได้แก่
3.1 นำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) คือ การนำส่วนเหลือจากข้อ 2.2 และ 2.4 มาใช้ใหม่โดยอาจจะเป็นกระบวนการเดิมหรือกระบวนการอื่น โดยผ่านการปรับปรุงประสิทธิภาพใหม่
3.2 ปรับปรุงประสิทธิภาพและการผลิตเหลือใช้ (Reperformance and Excessive Waste Production) คือ การนำส่วนเหลือจากข้อ 2.2 และ 2.3 นำมาปรับปรุงและผลิตส่วนเหลือใช้นี้ให้ได้ผลผลิตใหม่
โดยอาจจะเป็นส่วนที่จะใช้ได้ในกระบวนการอื่นๆ ต่อไปก็ได้แล้วแต่ความต้องการ
3.3 บำบัดของเสียและกลับคืนสภาพแวดล้อม (Waste Treatment and return environment) คือ การปรับปรุงส่วนของเหลือใช้ที่ไม่ต้องการจากข้อ 3.1 และ 3.2 แล้วนำมาบำบัดหรือกำจัดทิ้งโดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
(อาจจะมีผลกระทบบ้างแต่เพียงส่วนน้อยนิดไม่อาจมองเห็นได้ ในความคิดนะแต่ความเป็นจริงเค้าทำอย่างนั้นหรือไม่แล้วแต่มาตรฐานของโรงงานอุตสาหกรรม กฎหมายบังคับแต่ปฎิบัติจริงไม่ทราบครับ ไม่อาจบอกได้ดูข่าวก็รู้) แล้วส่งคืนสิ่งแวดล้อมไป เป็นน้ำ หรืออากาศ ก็รับกันไปนะ ถามคนที่แถวนิคมอุตสาหกรรมก็รู้ว่าเป็นอย่างไร สุขภาพแข็งแรงทุกคนจริงมั้ย ความเจริญดีจริงและแต่สิ่งแวดล้อมดีมั้ย? คิดเอาเองนะ

จากที่อธิบายข้างต้นเป็นหลักการเบื้องต้นของกระบวนการผลิต แต่ในรายละเอียดของแต่ละอุตสาหกรรมต่างๆ คงต้องเข้าไปเจาะลึกอีกทีว่าการผลิตที่ใช้มีอะไรบ้าง
สำหรับอุตสาหกรรมโรงกลั่นและปิโตรเคมี จะมีในส่วนหลักแค่นี้ แต่ยังมีองค์ประกอบปลีกย่อยอีกมากมาย อธิบายค่อนข้างยาว หากสนใจ ก็เข้าไปดูในส่วนของเว็บ ปตท. PTT ถามพี่กูเกิ้ลได้ แล้วไปดูในส่วนของ ผลิตภัณฑ์ และกิจการในเครือได้
เว็บ ซีเมนต์ไทย SCG ก็เหมือนกันนะ ทั้งสองบริษัทต่างก็มีโรงไฟฟ้าผลิตในเครืออุตสาหกรรมซึ่งได้ใช้ไอน้ำจากโรงไฟฟ้านี้แหละมาใช้ในกระบวนการผลิตอีกด้วย
แหมเล่ามายังไม่กระจ่างชัดก็จบซะแล้ว ติดตามต่อไปละกันนะ ในภาคต่อ กับกลุ่มโรงปูนซีเมนต์และกระดาษ แถมท้ายด้วยกลุ่มโรงสีข้าวและน้ำตาล เพิ่มอีกด้วยโรงน้ำมันพืชถั่วเหลืองและปาล์ม

BY ลูกพ่อขุนราม ศิษย์พระจอม

วันอังคารที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2556

4. บทสี่ การสั่งซื้อและวิเคราะห์โครงงาน(ต่อ 3)

4. บทสี่ การสั่งซื้อและวิเคราะห์โครงงาน(ต่อ 3)
กลับมาแล้วครับ ขอต้อนรับปีใหม่ 2556 ขอให้ทุกท่านมีความสุขตลอดปีนี้ ยึดหลัก 3 ร ไว้นะครับ (รอบรู้ รื่นรมย์ รวยล้น)

ต่อไปได้อธิบายค้างไว้เรื่องกังหันไอน้ำนั้น มีอุปกรณ์เกี่ยวพ่วงไว้กันสองตัวหลัก คือ FD Fan และ ID Fan มันคืออะไรทำหน้าที่อะไรมาดูกันครับ
1.FD Fan (Frocing Draft Fan) คือ พัดลมตัวหนึ่งทำหน้าที่ขับลมออกจากกังหันไอน้ำ
2.ID Fan ( Inducing Draft Fan) คือ พัดลมตัวหนึ่งทำหน้าที่ไล่ลมเข้ากังหันไอน้ำ
มีแค่นี้หรือ? อธิบายง่ายไปมั้ย?
ไม่หรอกครับจะขยายความให้ฟังอีกครับ ว่าแล้วก็เคยเกริ่นไว้ว่า มีอีกส่วนที่ควบคุมการทำงานของกังหันไอน้ำเป็นอุปกรณ์ลมขับเริ่มแรกในการทำงานของกังหันหลังจากใช้ไดนาโมทดรอบสตาร์ทให้มันทำงานแล้ว
เจ้าสองตัวนี้แหละจะทำหน้าที่ขับเคลื่อนกังหันต่อไป และคอยปรับรอบการหมุนของกังหันในช่วงการทำงานอีกด้วย เพราะการควบคุมกระแสลมตามความเร็วรอบกับกระแสไอน้ำที่สถานะต่างกันไม่สามารถกระทำได้
ทันทีตามที่ต้องการจำต้องมีอุปกรณ์หน่วงกระแสให้ทำงานตามประสิทธิภาพได้ตามต้องการอีกด้วย หากท่านที่เคยขึ้นเครื่องบินสังเกตุเครื่องโบอิ้งทำงานในช่วงระหว่างบินยังไงก็อย่างงั้นแต่ถ้านึกไม่ออกลองดูพัดลมที่บ้านสิ
เมื่อมันพัดที่ความเร็วรอบต่างกันลมที่ไหลเข้าและออกต่างกันหรือไม่? ยิ่งดูดแรงลมพัดออกก็ยิ่งแรงว่ามั้ย แต่พัดลมที่แอร์หรือเครื่องปรับอากาศ มีใบพัดปรับทิศทางใช่หรือไม่ FD Fan และ ID Fan ก็มีนะ
ปรับทิศทางกระแสลมให้เข้าน้อยออกมากแล้วแต่จะควบคุมกระแสลมให้ทำงานอย่างไร โดยหลักคือถ้าลมเข้าน้อยแรงขับจะน้อย แต่ถ้าลมเข้ามากแรงขับจะมากน้อยขึ้นอยู่กับทางออกครับว่าจะให้ผ่านสะดวกหรือไม่
เห็นมั้ยมีลูกเล่นอีกแล้วครับ หลักการนี้คงต้องไปศึกษาเอาเองนะ ว่ามีวิธีปรับใช้กันอย่างไร แต่เพียงนำเสนอหลักการให้ท่านไปเรียนรู้เพิ่มเติมเท่านั้น หากสนใจ อาจจะเปิดหลักสูตรให้ท่านที่สนใจเข้ามาศึกษาดูต่อไปก็ได้ครับ
ขอให้ลงความคิดเห็นเสนอแนะกันมาเถอะครับ

ทิ้งท้ายในส่วนหม้อต้มไอน้ำนี้ ทาง วสท. ได้เปิดสอนหลักสูตร การควบคุมระบบหม้อไอน้ำเป็นประจำทุกปี หากผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องและท่านที่สนใจอยากเรียนรู้เชิญได้ที่ วสท. ครับ (http:\\www.eit.or.th)
แล้วพบกันใหม่ในภาคต่อ  การวิเคราะห์โครงงานในกลุ่มโรงกลั่นและปิโตรเคมี ในครั้งต่อไปครับ
(แหม...รู้สึกจะเกียจคร้านไปหน่อยมั้ย อธิบายนิดเดียว เดี๋ยวก็ไปอีกแล้วสิ)

BY ลูกพ่อขุนราม ศิษย์พระจอม

วันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2555

4. บทสี่ การสั่งซื้อและวิเคราะห์โครงงาน(ต่อ 2)

4. บทสี่ การสั่งซื้อและวิเคราะห์โครงงาน(ต่อ 2)

สวัสดีครับกลับมาแล้ว ทิ้งท้ายปี 2555 หัวเราะส่งท้ายปีกับภาคต่อกันในหมวดวิเคราะห์โครงงานกลุ่มโรงไฟฟ้ากังหันไอน้ำ
ต่อไปนี้เราจะเข้าเรื่องในกระบวนการหม้อต้มไอน้ำให้เข้าใจในแก่นแท้ของระบบไอน้ำกันว่าทำงานกันอย่างไร

เริ่มวิเคราะห์กระบวนการสามารถแยกออกได้ 4 ระบบคือ
1. ส่งกำลังน้ำเลี้ยง (Boiler Feeding)    ระบบนี้จะทำหน้าที่นำส่งน้ำดิบอุ่นๆเข้าหม้อต้มไอน้ำ จากถังพักน้ำดิบ (Demins Tank) ผ่านอุปกรณ์ปั๊มน้ำแรงดันสูง (Boiler Feed Pump)
ส่งน้ำเลี้ยงเข้าหม้อต้มไอน้ำ ผ่านถังพักไอน้ำ มีด้วยกัน สองถังคือ ถังพักไอน้ำแรงดันต่ำ(Low pressure/Water Drum)และถังพักไอน้ำแรงดันสูง(High pressure/Steam Drum) อาจจะมีถังพักที่สามระหว่างถังทั้งสองนี้
หากเป็นระบบใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ดีขึ้น(Intermidiating Drum) ถังพักไอน้ำจะถูกเชื่อมต่อด้วยท่อขนาดเล็กขดเลื่อยเป็นตัวยู(U) หรืองูเลื้อยก็ได้แล้วแต่การออกแบบหม้อไอน้ำ
และอาจจะมีท่อผนังหม้อไอน้ำเป็นแผงเชื่อมอีกด้วยก็ได้(Wall tube) จะว่าไปแล้วรูปแบบก็แตกต่างกันในแต่ละหม้อไอน้ำที่ออกแบบมาไม่เหมือนโดยหลักก็มีท่อขดอยู่ในหม้อไอน้ำละกัน
2. ต้มเดือดและเปลี่ยนความร้อน (Boiler Evaporating and Economizing/Heat Exchanger)    ระบบนี้จะทำหน้าที่นำความร้อนจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงมาต้มเดือดน้ำในท่อที่ขดอยู่ในหม้อไอน้ำให้เดือดเป็นไอน้ำ กระบวนการเป็นการแลกเปลี่ยนความจากการเผาไหม้โอนถ่ายมาสู่น้ำให้เดือดเป็นไอน้ำ
เมื่อน้ำเดือดในขึ้นแรกเป็นไอน้ำในส่วนนี้จะระเหยเป็นไอน้ำจากถังพัก เข้าสู่กระบวนการต่อไป
3. การคัดแยกและขยายกำลังส่ง (Boiler Seperating and Pressure Expansing)    ระบบนี้จะทำหน้าที่คัดแยกไอน้ำในถังพักแรก เพื่อแยกส่วนน้ำออกจากไอน้ำและส่งไอน้ำกลับเข้าสู่หม้อไอน้ำอีกครั้งเพื่อเข้ากระบวนการแลกเปลี่ยนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพไอน้ำให้มีสถานะจากไอเปียกเป็นไอแห้ง
(แสบคอจัง..แค๊กๆ) และมีสถานะแรงดันมากขึ้นเข้าขั้นเป็นยอดไอน้ำที่สามารถใช้งานได้ผ่านถังพักที่สอง เพื่อส่งผ่านเข้าไปในส่วนกังหันไอน้ำและปั่นกระแสไฟฟ้าได้ต่อไป
4. เปลี่ยนสถานะและกลับคืนประสิทธิภาพ ( Boiler Condensing and Return Performancing)    ระบบนี้จะทำหน้าที่เปลี่ยนสถานะไอน้ำควบแน่นกลับคืนสู่สถานะน้ำและคืนประสิทธิภาพไอน้ำอุ่นผ่านอุปกรณ์น้ำแรงดันสูงอีกครั้ง แต่สำหรับส่วนเหลือน้ำทิ้งจากกังหันไอน้ำจะส่งผ่านไปหอระบายความร้อน(Cooling Tower) และน้ำทิ้งสู่บ่อพักน้ำบำบัดก่อนนำไปใช้ในระบบอื่นๆต่อไป

จากที่อธิบายไประบบทั้งหมดนี้เป็นแค่กระบวนการหลักของหม้อต้มไอน้ำที่จะทำให้น้ำกลายเป็นไอน้ำที่มีประสิทธิภาพเพื่อไปส่งกำลังให้กังหันไอน้ำทำงานเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าได้เท่านั้น แต่ยังมีส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องอีกหลายอย่าง ที่ทำหน้าที่ควบคุมและรักษาการทำงานของหม้อต้มไอน้ำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Dearator Tank, Flash Tank,Blow Down Tank, Steam Seperator pot, Silincer Valve, Steam trap, Water Sray Nozzle Feeder, etc. (เยอะจัง)
ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยการทำงานของหม้อไอน้ำมีคุณภาพที่ดี แต่สำหรับกังหันไอน้ำ(Steam Turbine)แล้วยังมีอุปกรณ์เกี่ยวพ่วงในการทำงานอีกสองตัวหลัก คือ FD Fan และ ID Fan มันคืออะไรจะอธิบายให้ฟังต่อไปในปีหน้าละกัน
เออ...ดูแล้วบทนี้จะเป็นอภิมหาตำนานที่เล่าได้ยาวอีกหลายตอนเชียวแหละ แค่เรื่องกลุ่มโรงไฟฟ้าแรกก็จะต่อเป็นภาคสาม อีกแล้ว

BY ลูกพ่อขุนราม ศิษย์พระจอม

วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2555

4. บทสี่ การสั่งซื้อและวิเคราะห์โครงงาน(ต่อ)

4. บทสี่ การสั่งซื้อและวิเคราะห์โครงงาน(ต่อ)

กลับมาแล้วกับภาคต่อ บทสี่ ครั้งที่แล้วเราได้เรียนรู้หลักการสั่งซื้อไปแล้ว คราวนี้จะเข้าถึงการวิเคราะห์โครงงานตามกลุ่มกัน
เริ่มกันเลยกับกลุ่มแรก หมวดกลุ่มโรงไฟฟ้า
เมื่อนึกถึงอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้า ส่วนใหญ่จะคิดถึงการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)
หากจำแนกประเภทตามการผลิตจะแยกได้เป็น 4 ส่วน คือ

1. เขื่อนน้ำ ( เขื่อนภูมิพล, เขื่อนสิริกิต, เขื่อนอุบลรัตน์(น้ำพอง) ฯลฯ)

2. โรงกังหันไอน้ำ ( กฟผ. แม่เมาะ, กฟผ. พระนครใต้-พระนครเหนือ, กฟผ. วังน้อย, กฟผ. แก่งคอย, กฟผ. จะนะ ฯลฯ )

3. โรงกังหันลม ( โรงพิกัดอยู่ทิศทางตะวันตกเฉียงใต้ แนวสันเขา ติดตามข้อมูลเอาเองนะ เป็นทางเลือกพลังงานทดแทนใหม่)

4. โรงแสงอาทิตย์ ( โรงงานหลักอยู่พระนครศรีอยุธยา เหล็ก Solar Farm เริ่มมีในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ พลังงานทดแทนอนาคตใหม่)

สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ คงจะไม่ขอเอ่ยถึงละกัน เพราะยังไม่มีข้อมูลมากนัก และไม่คิดว่าจะเริ่มได้ในประเทศไทย

ส่วนแรกเขื่ิอนน้ำจะไม่ขอเข้ารายละเอียดมากนักเพราะส่วนนี้จะมีแต่หน่วยงานของ กฟผ.เท่านั้นที่ทำแต่ใช่เราจะไม่โอกาสเรียนรู้เลยนะ หากสนใจลองเข้าไปดูในเว็บของ กฟผ. เองละกันครับ

ต่อไปนี้จะขอเข้าเรื่องในส่วนของ โรงกังหันไอน้ำ
โรงไฟฟ้ากังหันไอน้ำ
หากจำแนกตามวัตถุดิบการผลิตต้นทางแล้วละก็ จะจำแนกได้ดังนี้
1. เชื้อเพลิงพลังงาน
   - ถ่านหิน (กฟผ. แม่เมาะ , BLCP, GLOW, EGCO)
   - น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ (กฟผ. พระนครใต้-พระนครเหนือ, กฟผ. วังน้อย, กฟผ. แก่งคอย, กฟผ. จะนะ, RGCO, EGCO, GLOW เป็นต้น)
   - กากของเสียและวัตถุดิบพืชไม้ (กากน้ำมันเสียและวัสดุเจือปน, กากเมล็ดปาล์ม, เปลือกข้าว, ฟางข้าวโพด, ชานอ้อย, กากเมล็ดกาแฟ เป็นต้น)
ในส่วนนี้จะต้องถูกเผาไหม้เป็นพลังงานความร้อนให้กับข้อต่อไป
2. น้ำดิบ
    ส่วนนี้จะถูกพลังงานความร้อนทำให้เดือดเป็นไอน้ำ (Steam) และเกิดแรงดันเพื่อไปขับเคลื่อนกังหัน ในส่วนกระบวนการนี้เรียกว่า หม้อไอน้ำ (Boiler) เวลานึกถึงส่วนนี้ ให้คิดถึงกาต้มน้ำร้อนที่เป็นแบบเก่า ต้องใช้เตาถ่านหรือเตาแก๊ส ตรงปลายปากของกาต้มน้ำจะมีไอน้ำออกมา ตรงนี้แหละ
เป็นผลผลิตของส่วนนี้แหละครับ หากจะเจาะลึกในกระบวนการจะยกอธิบายในส่วนต่อไปอีกที
3. กระแสไฟฟ้าและลมขับเคลื่อนกังหัน
  - กระแสไฟฟ้าเป็นวัตถุดิบต้นทางเริ่มแรกเพื่อขับกังหันก่อนให้เคลื่อนตัวก่อนทำงาน หากไม่มีกระแสไฟฟ้าจะทำไงล่ะ ก็มือหมุนเอาสินะ...ไม่หรอกครับล้อเล่น
ในทางปฏิบัติส่วนใหญ่จะมีไฟสำรองสำหรับการทำงานส่วนนี้เสมอนอกจากจะฉุกเฉินจริงๆ
  - ลมขับเคลื่อนกังหัน เป็นวัตถุดิบต้นทางส่วนที่สองเพื่อขับกังหันให้เคลื่อนตัวเช่นกัน แต่จะเกี่ยวข้องในส่วนอุปกรณ์ควบคุมและบังคับตัวกังหัน
แล้วหากไม่มีลมล่ะ ก็ทำงานไม่ได้นะสิ ดังนั้นส่วนใหญ่ โรงไฟฟ้าจะมีถังพักลมเก็บไว้เสมออย่าลืมนะ

เมื่อรู้ต้นทางแล้วจะต้องทราบปลายทางคือ ผลผลิต ว่ามีอะไรบ้างดังนี้

1. ส่วนเชื้อเพลิง เมื่อถูกเผาไหม้แล้วจะผ่านหม้อไอน้ำออกทางปล่องไฟ (Stack) แต่ก่อนจะออกปล่องไฟได้จะต้องผ่านกระบวนการตรวจจับและคัดแยกของเสียก่อน
    หากเผาไหม้สมบูรณ์ ไม่มีของเสียเลยจึงจะผ่านปล่องไฟออกไปได้ นี่คือหลักการที่ต้องควบคุมเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและโลกของเรา มาตรฐานสิ่งแวดล้อมนะครับ
    Green Energy ส่วนใหญ่จะเป็นโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ  เอ...แต่ถ้าพลังงานความร้อนยังเหลือจะนำกลับมาใช้ได้อีกหรือไม่ ? คำตอบคือได้ครับ ก็นำมาอุ่นไอน้ำอีกครั้งไง
    เพื่อไม่ให้เสียประโยชน์เปล่า ไอน้ำที่อุ่นซ้ำได้เรียกว่า Superheat Steam เพื่อที่จะใช้งานได้อีกครั้ง
2. ส่วนน้ำดิบ เมื่อพลังความร้อนต้มเดือดเป็นไอน้ำแล้ว จะถูกอุ่นเป็นซ้ำเป็นไอน้ำสัมพัทธ์ ก่อนส่งไปขับเคลื่อนกังหันไอน้ำผลิตกระแสไฟฟ้าต่อไป
    แล้วไอน้ำที่ผ่านกังหันแล้วจะไปไหน ส่วนหนึ่งแปลงกลับมาเป็นน้ำร้อนแล้วกระบวนการลดอุณหภูมิผ่านอาคารระบายความร้อน(Cooling Tower) แล้วกลับใช้กลับมาใช้งานอีกครั้ง
  สำหรับส่วนที่ยังมีไอน้ำแฝงอยู่จะผ่านกระบวนการต้มก่อนส่งไปโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมเพื่อใช้ในกระบวนการผลิตต่อไป ส่วนใหญ่จะอยู่ใกล้นิคมอุตสาหกรรม
  หรือโรงไฟฟ้าขนาดกลางและย่อม
3. กระแสไฟฟ้า คือผลผลิตหลักในกระบวนการทั้งหมด กังหันไอน้ำ(Steam Turbine) ขับเคลื่อนเครื่องปั่นกระแสไฟฟ้า (Generator) หากในรถยนต์ก็ ไดนาโมเนี่ยแหละ
   มีกระแสไฟฟ้าสำรองคือ แบตเตอรี่เลี้ยงไว้ให้ทำงานได้ตลอด พอจะนึกออกรึยังว่าโรงไฟฟ้ามีหลักการทำงานอย่างไร

ต่อไปจะเจาะลึกรายละเอียดในกระบวนการของหม้อต้มไอน้ำแต่ว่าเมื่อยแล้วล่ะก็ฝากไว้คราวหน้าจะมาอธิบายต่อไปนะ

BY ลูกพ่อขุนราม ศิษย์พระจอม

วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2555

4. บทสี่ การสั่งซื้อและวิเคราะห์โครงงาน

4. บทสี่ การสั่งซื้อและวิเคราะห์โครงงาน
เอ...จะเริ่มต้นอย่างไรดีนะ

วันก่อนได้ไปเยี่ยมสถาบันศึกษาเก่าฯ ไม่ได้เจอกันได้ไปนั่งกินกันหลังสถาบัน
มีเรื่องอยากจะแชร์กัน ทุกวันนี้ สถาบันศึกษามี 4 ภารกิจหลัก แต่กลับละเลยภารกิจหลักสำคัญไป
ภารกิจที่ว่าคือ การผลิตบัณทิตสู่ภาคตลาดเศรษฐกิจและสังคม แต่เดี๋ยวนี้ความสำคัญอยู่ตรงไหน
ก็ภาคการเรียนรู้เดี๋ยวนี้ คณาจารย์บางท่านมิได้มุ่งเน้นจะสอนนักศึกษาอย่างยิ่งจัง กลับเอาเวลาไปมุ่งเน้น
ที่การพัฒนาวิชาการและงานวิจัยให้ภาคตลาดอุตสาหกรรม ส่วนหนึ่งนำเงินมาบริหารภาคการศึกษาแต่ผลประโยชน์หลัก
อยู่ที่ตัวคณาจารย์ได้รับเงินสนับสนุน เงินเดือนไม่พอใช้แล้วต้องพึ่งเงินจากนอกสถาบันฯมาเลี้ยงตัวเอง สิ่งนี้เป็นสิ่งที่
ทำให้การใส่ใจในการสอนนักศึกษา มีน้อยลง แล้วนักศึกษาหน้าใหม่จะทำอย่างไร เรียนรู้ด้วยตัวเอง ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
หากใครประจบอาจารย์เก่ง ก็ได้แนวข้อสอบ เข้ากลุ่มเก็งข้อสอบให้เรียนผ่านไปวันๆ หากจะทำความเข้าใจก็พึ่งห้องสมุดละกัน
" อนาคตการศึกษายุคใหม่ นักศึกษาไม่ต้องไปเรียนที่สถาบันแล้ว นั่งเรียนอยู่หน้าอินเตอร์เน็ตเครื่องคอมพิวเตอร์และแล็บท็อป ก็จบปริญญาได้แล้ว"
จงจำไว้เรียนศึกษาเพื่อธุรกิจสังคม และทำงานเพื่อเรียนรู้จะเป็นเจ้าของกิจการ หากคุณไม่รู้ว่าจะเริ่มอย่างไร ก็อ่านบทความเพื่อเรียนรู้ต่อไป

เมื่อเริ่มโครงงานการสอบถามราคาเพื่อสั่งซื้อวัสดุและเครื่องมือที่จำเป็นต้องใช้งานก่อนนะ
แบ่งลำดับวิธีการสั่งซื้อได้ดังนี้
1. การเลือกกลุ่มวัสดุและเครื่องมือ ออกเป็นประเภท เช่น กลุ่ม Hand Tools/Electrical Tools/Gas Tools/Welding Tools/Cutting Tools/Special Tools เป็นต้น
2. เลือกเซลส์หรือSupplyer ตัวแทนจำหน่าย ให้จำเฉพาะกลุ่มที่จะสอบถามราคา ต้องมีอย่างน้อย 3 ตัวเลือกเป็นเกณฑ์
3. ส่งรายการตามกลุ่มที่แยกไว้ไปให้เซลส์หรือSupplyer ตัวแทนจำหน่ายที่เลือก
4. เมื่อส่งไปแล้วต้องติดตามทันทีและขอคำตอบที่จะได้รับว่าเมื่อใด หากไม่ได้รับคำตอบต้องเลือกใหม่ให้คำตอบที่ดีที่สุด
5. เมื่อได้รับราคาแล้วนำมาเปรียบเทียบราคาและข้อมูลประกอบกลุ่มวัสดุนั้นๆว่าตรงตามสเป็คที่ต้องการหรือไม่ แล้วเลือกคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

คำตอบที่ดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องเป็นราคาแต่สำคัญว่าตรงสเป็คที่ต้องการใช้งานหรือไม่  ราคาอาจจะเป็นลำดับที่ 2 ก็ได้ จงคิดไว้เสมอว่าผลประโยชน์ที่จะได้รับมาก่อนเสมอ

สำหรับข้อมูลเซลส์หรือSupplyer ตัวแทนจำหน่าย จะหาได้จากไหนล่ะ?
ก็เดินไปหาแผนกธุรการจัดซื้อโครงงานสิ เค้าจะมีข้อมูลให้คุณเกือบครบแหละ และเลือกหมวดหมู่กลุ่มที่คุณต้องการก็สามารถหาได้ง่ายขึ้นด้วยนะ

แต่หากเค้าไม่มีข้อมูลที่คุณต้องการจะไปหาใครได้อีกละ ก็ไปถามอาจารย์กู....กูเกิ้ล(Google)ไง รู้ทุกเรื่องและแหล่งข้อมูลรู้ทุกเรื่องแหละ ยกเว้นจะพิมพ์เรื่องผิดเท่านั้นแหละ

ธุรการไม่มีหน้าที่ตัดสินใจสั่งซื้อให้คุณได้หรอก คุณต้องเลือกเองนะ เค้ารู้เพียงข้อมูลที่คุณต้องการได้รับ การตัดสินใจเป็นของคุณครับ และต้องผ่านความเห็นชอบของอาจารย์ใหญ่ด้วยนะ
ไม่งั้นหากคุณเลือกสั่งซื้อตามใจตนเองทั้งหมด อาจจะต้องควักกระเป๋าตัวเองด้วยนะ

เมื่อผ่านขั้นตอนการสั่งซื้อแล้ว จะพาคุณไปสู่การตรวจรับสินค้า ซึ่งก็เป็นสิ่งสำคัญลำดับถัดมา
กำหนดส่งสินค้า เมื่อไหร่?
สภาพสินค้าสมบูรณ์ มีตำหนิหรือไม่?
เอกสารรับรองสินค้า มีหรือไม่? รายละเอียดตรงตามสเป็คหรือไม่?
ตรวจรหัสสินค้า องค์ประกอบสินค้า คุณสมบัติครบหรือไม่?
ส่งมอบและรับสินค้าเสร็จสิ้นแล้ว? กรรมสิทธิ์ในการครอบครองเป็นของคุณแล้วครับ มีแต่การรับประกันตัวสินค้าหากเกิดผิดพลาดแล้วไม่ส่งคืนภายใน 7 วัน
คุณรับผิดชอบเองนะ เค้าไม่รับผิดชอบให้คุณหรอกครับ

ประเด็นเหล่านี้คุณอาจจะไม่พบเจอแต่ คุณที่รับของให้คุณต้องเจอ ต้องบอกให้เค้าระมัดระวังด้วยไม่งั้น เสียเงินฟรีสิครับ

การวิเคราะห์โครงงาน
สิ่งที่ต้องรู้ทำความเข้าใจกันก่อนเริ่มดำเนินโครงงาน คุณรู้รายละเอียดของโครงงานที่คุณจะทำแล้วรึยัง?
หากยังไม่รู้ให้ศึกษารูปแบบ ระบบขั้นตอน และจุดมุ่งหมายของโครงงานให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ก่อนเริ่มงานกัน
ความเข้าใจมีหลัก 3 M ให้รู้ไว้คือ Man Money Machine (คนทำงาน เงินต้นทุนและค่าใช้จ่าย เครื่องจักรและอุปกรณ์)
มีอยู่ในทุกระบบโครงงานที่คุณจะต้องควบคุมให้อยู่หมัด หากการทำงานส่วนใดส่วนหนึ่งผิดพลาด นั่นคือผลประโยชน์ที่ได้รับจากโครงงานน้อยลง
เมื่อจบโครงงานคุณต้องตอบคำถามอาจารย์ใหญ่ได้ว่าอะไรคือสาเหตุของความผิดพลาดเหล่านั้น ผมว่าคุณต้องตอบได้นะ หากคุณได้ทำโครงงานนั้นอย่างจริงจัง

เราจะเริ่มการวิเคราะห์จากที่เคยแยกกลุ่มวิชาโครงงานไปแล้วในบทที่สองกันครับ
เราจะมาเจาะลึกกับกลุ่มในแต่ละประเภทกันครับ แต่ว่าคงต้องยกไปในตอนต่อไปแล้วละกัน

ผมรู้เพลียแล้วขอพักไว้ก่อนนะ...แล้วติดตามกันต่อไป

BY ลูกพ่อขุนราม ศิษย์พระจอม