ห่างหายไปนานกลับมาเรียนกันต่อบทที่สาม
3. บทสาม การแบ่งตารางเรียนวิชาและประสานงานเพื่อเริ่มโครงงาน
จากบทที่แล้วเราได้ทราบข้อมูลสำคัญในการเตรียมโครงงานและการจัดสรรตารางเรียนบ้างแล้ว
ต่อไปนี้จะกล่าวถึงการนำแบ่งตารางเรียนในภาคสนามกัน โดยมีหมวดหมู่ดังนี้
1. ภาควางแผนงานและเตรียมเอกสารโครงงาน
2. ภาคสำรวจและจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์
3. ภาคดำเนินโครงงานและประชุมติดตาม
4. ภาคตรวจสอบและรายงานผลการดำเนินโครงงาน
สำหรับการประสานงานที่ต้องติดต่อ ได้แก่บุคคลดังต่อไปนี้
1. อาจารย์ประจำวิชาและที่ปรึกษาโครงงาน คือ คนแรกที่คุณต้องติดต่อเพื่อเริ่มโครงงาน
2. เจ้าหน้าที่ จัดซื้อและคลังพัสดุ คือ คนที่ต้องประสานงานในการสั่งซื้อเพื่อเบิกวัสดุอุปกรณ์
3. เจ้าหน้าที่ควบคุมและตรวจสอบโครงงาน คือ พี่เลี้ยงที่สำคัญซึ่งจะคอยดูแลคุณและจะอยู่ด้วยกันจนจบโครงงาน
4. เจ้าหน้าที่ห้องทดลองและฝ่ายสถานที่ คือ ผู้ที่จะอนุญาตและดูแลคุณในระหว่างเรียนวิชาโครงงานนั้น
5. เจ้าหน้าที่อบรมและความปลอดภัย คือ ผู้ที่จะให้คำแนะนำก่อนเริ่มเรียนและคอยดูแลความเรียบร้อย หากคุณไม่ปฏิบัติตามเจอดีแน่ๆ
6. คณะกรรมการตรวจสอบและอนุมัติโครงงาน คือ ผู้ที่ชี้เป็นชี้ตายว่าคุณจะผ่านวิชาโครงงานนี้หรือไม่
คุณมีปัญหากับบุคคลเหล่านี้บ้างหรือเปล่า?
หากมี เพราะพวกเขาจะคอยรายงานความประพฤติให้อาจารย์ปกครองและอาจารย์ใหญ่
สาเหตุที่คุณต้องออกจากโรงเรียน ก่อนจบการศึกษา อาจมาจากพวกเขาก็ได้นะ
อย่าทำตัวมีปัญหากับบุคคลเหล่านี้ ถ้าคุณอยากจบการศึกษาอย่างภาคภูมิ
เพราะเค้าจะชี้เป็นชี้ตายคุณได้ว่าจะจบหรือไม่
ภาคต่อไปเราลองมาสู่ภาคสนามกันดูว่าจะปฏิบัติงานโครงงานกัน
ว่าเค้าเริ่มทำกันอย่างไร เริ่มด้วยการประสานงาน บทสาม (ต่อ)
BY ลูกพ่อขุนราม ศิษย์พระจอม
วันพฤหัสบดีที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
วันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
2.บทสอง (ต่อ) ภาค วางแผนก่อนเรียน
กลับมาแล้วจ้า
2.บทสอง (ต่อ) ภาค วางแผนก่อนเรียน
จากตอนที่แล้ว เราได้อธิบายขั้นตอนการเรียบเรียงข้อมูลโครงงานแล้ว
ต่อไป เราจะทำการจัดแผนตารางการเรียนการสอนวิชาโครงงาน
โดยแบ่งข้อมูลโครงงานไว้ดังนี้
1. สัญญาและเงื่อนไขโครงงาน(PO / Contract No.)
2. สำรวจและออกแบบโครงงาน (Survey &Engineering Design)
3. จัดซื้อวัสดุโครงงานและบริการ(Purchasing&Servicing)
4. กำลังคนและแผนวิชาโครงงาน(Man power&Schedule Plan)
5. ประชุมเสนอโครงงานและติดตามผลงาน(Meeting&Work Progress)
6. ตรวจสอบและทดสอบอุปกรณ์โครงงาน(Inspect&Testing NDE)
7. ใบรับประกันอุปกรณ์และเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ตรวจสอบ(Material&Equipment Certificate)
8. เอกสารข้อมูลรายงานและการส่งมอบโครงงาน(Submittal Report)
9. ทำรายงานปิดโครงงานและเบิกเงินสุดท้ายโครงงาน(Final Project Submittal Report)
เมื่อได้เรียบเรียงข้อมูลไว้ตามข้างต้น
เราจะเริ่มจัดการวางแผนก่อนเรียนได้เป็นหมวดหมู่มากขึ้น
เริ่มจากการจัดตารางการเรียนการสอนกัน
1. เมื่อได้รับใบอนุมัติวิชาที่ได้ลงทะเบียนไว้(PO / Contract No.) จำเป็นอย่างยิ่งต้องศึกษา
หัวข้อวิชาและสาระสำคัญ รวมทั้งเอกสารตำราเรียนจะทำความเข้าใจก่อนเริ่มเรียนเป็นลำดับแรก
2. หลังจากนั้นจะจัดการวางแผนการสำรวจโครงงานและออกแบบผังงาน ก่อนดำเนินการ
ในส่วนนี้จะเลือกปฏิบัติสำหรับโครงงานติดตั้งใหม่และซ่อมบำรุงเป็นส่วนที่จะเน้นว่าจะให้ความสำคัญมากน้อยเพียง
แต่สาระสำคัญจะอยู่ในส่วนที่ 3 ซึ่งจะเป็นผลลัพธ์จากการปฏิบัติในข้อนี้
3. ถอดปริมาณวัสดุอุปกรณ์ที่แน่นอนได้แล้ว อย่างประเมินได้ 50% ส่วนที่จะต้องสั่งซื้อทั้งหมดได้ ควรรีบดำเนินการ
และคำนึงถึงระยะเวลาในการจัดส่งว่าครอบคลุมระยะเวลาตามแผนวิชาโครงงานหรือไม่ หากแต่โครงงานนี้อาจารย์ประจำวิชา
จะเตรียมวัสดุอุปกรณ์บางส่วนไว้ให้ จำเป็นต้องตรวจรายการว่าครบถ้วนที่จะต้องใช้งานหรือไม่ หากมีส่วนแก้ไขจะได้ไม่ต้อง
เสียเวลาในการรอวัสดุอุปกรณ์ที่ยังไม่ครบถ้วน (ในส่วนนี้การดำเนินการไม่ควรเกิน 7 วันในการดำเนินการให้เรียบร้อยเพื่อรอสั่งซื้อใน 30 วัน)
4. การจัดเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์ใช้งาน ในส่วนนี้จะต้องดำเนินการไปพร้อมกับข้อที่ 3 แล้วนำรายการไปให้ทางStore Workshop จัดเตรียมก่อนปฏิบัติงานอย่างน้อย 3-4 วัน
หากมีเวลาต้องตรวจเช็คอุปกรณ์ก่อนใช้งาน อย่างน้อย 7 วัน หากมีรายการชำรุดเสียหายต้องสั่งซื้อใหม่จะดำเนินการคราวเดียวกับการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์
5.กำลังคนสามารถแบ่งภาคการดำเนินโครงงานได้ 3 ช่วงดังนี้
5.1 ภาคเตรียมงานและการสำรวจ ในส่วนจะใช้คนระดับ Supervisor/Foreman,QC Technician,Safety
เพื่อทำความเข้าใจโครงงานเบื้องต้นก่อนอีกทั้งจัดเตรียมเอกสารจัดส่ง อาจารย์ก่อนเริ่มเรียน
5.2 ภาคปฎิบัติงานและตรวจสอบโครงงาน ในส่วนนี้ จะมีคนทุกระดับ แล้วแต่ความจำเป็นของโครงงาน
หากแต่มีงบประมาณโครงงานมากน้อยแค่ไหน ส่วนใหญ่โครงงานไม่เกินล้าน จะใช้แค่ วิศวกร/Supervisor และForeman/QC Technician พร้อมคนงานไม่เกิน 20 คน
ในการทำงานเพียงเท่านั้น อาศัยประสบการณ์และความชำนาญในการปฏิบัติงาน เพื่อให้ดำเนินการให้เสร็จทันเวลาประสิทธิภาพ 70-80% ก็เกินความสามารถแล้ว
เพียงแต่ทางอาจารย์ประจำวิชาจะให้ผ่านได้หรือไม่นั้น ต้องมีรายงานประกอบความคืบหน้าโครงการที่ดูดี ไม่ทำให้อาจารย์คิดว่าเราทำงานด้อยประสิทธิภาพแต่อย่างใด
5.3 ภาคส่งงานและรายงานสรุปโครงงาน ในส่วนนี้กำลังจะลดลงไปตามงานที่เหลืออยู่ หากทำงานภาคที่ 2 ได้ไว ก็จะลดกำลังคน
ไปได้เยอะ และมีส่วนเก็บงานและรายละเอียดน้อยลงไปอีก เอกสารนั้นควรมีการถยอยส่งตรวจงานระหว่างดำเนินการไปควบคู่กัน
เพื่อจะมีเวลาจัดเรียบเรียงรายงานได้เร็วขึ้น หากมารอส่งตรวจงานท้ายสุดก็จะชลอการส่งมอบงานล่าช้าออกไปอีก ปัญหาอยู่ที่ข้อต่อไป
6. เมื่อได้จัดสรรกำลังคนและวางตารางการเรียนการสอนแล้ว จะต้องมีการติดตามและประชุมรายงานต่อไปในส่วนเป็นสิ่งที่
ทำให้โครงงานดูดีหรือแย่ลง ก็อยู่การนำเสนอผลงานว่าผ่านหรือไม่ หากจะให้ผ่านจะต้องมีเหตุผลที่ฟังขึ้นสำหรับการดำเนินการที่บกพร่อง
และจะมีความถี่มากน้อยเพียงใดอยู่ว่าโครงงานดำเนินการดีหรือไม่ มีทั้ง 1สัปดาห์ 2สัปดาห์ หรือ 1เดือนต่อครั้ง จงทำให้ดูดีนั่นแหละ
7. เมื่อทำให้ดูดีแล้ว ก็ต้องมีเอกสารที่น่าเชื่อถือและรายงานอันทำให้โครงงานผ่านวิชาไปได้ เพราะหากผลงานดีแล้ว
ย่อมทำให้การส่งมอบงานได้รวดเร็ว และที่สำคัญการเบิกงบงวดสุดท้ายเพื่อปิดโครงงานนั้นทำได้ไม่ยาก
8. เอกสารประกอบรายงานและการส่งมอบโครงงาน ให้อาจารย์ประจำวิชาตรวจสอบครั้งสุดท้ายว่าผ่านหรือไม่
ก็จะต้องมีผลงานและการนำเสนอรายงานที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่มีข้อโต้แย้งได้ นั่นทำให้เราผ่านวิชานี้ได้
ส่วนเกรด ก็ขึ้นอยู่ว่า คุณจะไปศิษย์รัก และชังของอาจารย์กันแน่นะ หมั่นเคารพและยำเกรงในอาจารย์
และมีเหตุมีผลต่อสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ทำให้งานนั้นมีความเสียหายเป็นดีที่สุด...
BY ลูกพ่อขุนราม ศิษย์พระจอม
2.บทสอง (ต่อ) ภาค วางแผนก่อนเรียน
จากตอนที่แล้ว เราได้อธิบายขั้นตอนการเรียบเรียงข้อมูลโครงงานแล้ว
ต่อไป เราจะทำการจัดแผนตารางการเรียนการสอนวิชาโครงงาน
โดยแบ่งข้อมูลโครงงานไว้ดังนี้
1. สัญญาและเงื่อนไขโครงงาน(PO / Contract No.)
2. สำรวจและออกแบบโครงงาน (Survey &Engineering Design)
3. จัดซื้อวัสดุโครงงานและบริการ(Purchasing&Servicing)
4. กำลังคนและแผนวิชาโครงงาน(Man power&Schedule Plan)
5. ประชุมเสนอโครงงานและติดตามผลงาน(Meeting&Work Progress)
6. ตรวจสอบและทดสอบอุปกรณ์โครงงาน(Inspect&Testing NDE)
7. ใบรับประกันอุปกรณ์และเอกสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ตรวจสอบ(Material&Equipment Certificate)
8. เอกสารข้อมูลรายงานและการส่งมอบโครงงาน(Submittal Report)
9. ทำรายงานปิดโครงงานและเบิกเงินสุดท้ายโครงงาน(Final Project Submittal Report)
เมื่อได้เรียบเรียงข้อมูลไว้ตามข้างต้น
เราจะเริ่มจัดการวางแผนก่อนเรียนได้เป็นหมวดหมู่มากขึ้น
เริ่มจากการจัดตารางการเรียนการสอนกัน
1. เมื่อได้รับใบอนุมัติวิชาที่ได้ลงทะเบียนไว้(PO / Contract No.) จำเป็นอย่างยิ่งต้องศึกษา
หัวข้อวิชาและสาระสำคัญ รวมทั้งเอกสารตำราเรียนจะทำความเข้าใจก่อนเริ่มเรียนเป็นลำดับแรก
2. หลังจากนั้นจะจัดการวางแผนการสำรวจโครงงานและออกแบบผังงาน ก่อนดำเนินการ
ในส่วนนี้จะเลือกปฏิบัติสำหรับโครงงานติดตั้งใหม่และซ่อมบำรุงเป็นส่วนที่จะเน้นว่าจะให้ความสำคัญมากน้อยเพียง
แต่สาระสำคัญจะอยู่ในส่วนที่ 3 ซึ่งจะเป็นผลลัพธ์จากการปฏิบัติในข้อนี้
3. ถอดปริมาณวัสดุอุปกรณ์ที่แน่นอนได้แล้ว อย่างประเมินได้ 50% ส่วนที่จะต้องสั่งซื้อทั้งหมดได้ ควรรีบดำเนินการ
และคำนึงถึงระยะเวลาในการจัดส่งว่าครอบคลุมระยะเวลาตามแผนวิชาโครงงานหรือไม่ หากแต่โครงงานนี้อาจารย์ประจำวิชา
จะเตรียมวัสดุอุปกรณ์บางส่วนไว้ให้ จำเป็นต้องตรวจรายการว่าครบถ้วนที่จะต้องใช้งานหรือไม่ หากมีส่วนแก้ไขจะได้ไม่ต้อง
เสียเวลาในการรอวัสดุอุปกรณ์ที่ยังไม่ครบถ้วน (ในส่วนนี้การดำเนินการไม่ควรเกิน 7 วันในการดำเนินการให้เรียบร้อยเพื่อรอสั่งซื้อใน 30 วัน)
4. การจัดเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์ใช้งาน ในส่วนนี้จะต้องดำเนินการไปพร้อมกับข้อที่ 3 แล้วนำรายการไปให้ทางStore Workshop จัดเตรียมก่อนปฏิบัติงานอย่างน้อย 3-4 วัน
หากมีเวลาต้องตรวจเช็คอุปกรณ์ก่อนใช้งาน อย่างน้อย 7 วัน หากมีรายการชำรุดเสียหายต้องสั่งซื้อใหม่จะดำเนินการคราวเดียวกับการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์
5.กำลังคนสามารถแบ่งภาคการดำเนินโครงงานได้ 3 ช่วงดังนี้
5.1 ภาคเตรียมงานและการสำรวจ ในส่วนจะใช้คนระดับ Supervisor/Foreman,QC Technician,Safety
เพื่อทำความเข้าใจโครงงานเบื้องต้นก่อนอีกทั้งจัดเตรียมเอกสารจัดส่ง อาจารย์ก่อนเริ่มเรียน
5.2 ภาคปฎิบัติงานและตรวจสอบโครงงาน ในส่วนนี้ จะมีคนทุกระดับ แล้วแต่ความจำเป็นของโครงงาน
หากแต่มีงบประมาณโครงงานมากน้อยแค่ไหน ส่วนใหญ่โครงงานไม่เกินล้าน จะใช้แค่ วิศวกร/Supervisor และForeman/QC Technician พร้อมคนงานไม่เกิน 20 คน
ในการทำงานเพียงเท่านั้น อาศัยประสบการณ์และความชำนาญในการปฏิบัติงาน เพื่อให้ดำเนินการให้เสร็จทันเวลาประสิทธิภาพ 70-80% ก็เกินความสามารถแล้ว
เพียงแต่ทางอาจารย์ประจำวิชาจะให้ผ่านได้หรือไม่นั้น ต้องมีรายงานประกอบความคืบหน้าโครงการที่ดูดี ไม่ทำให้อาจารย์คิดว่าเราทำงานด้อยประสิทธิภาพแต่อย่างใด
5.3 ภาคส่งงานและรายงานสรุปโครงงาน ในส่วนนี้กำลังจะลดลงไปตามงานที่เหลืออยู่ หากทำงานภาคที่ 2 ได้ไว ก็จะลดกำลังคน
ไปได้เยอะ และมีส่วนเก็บงานและรายละเอียดน้อยลงไปอีก เอกสารนั้นควรมีการถยอยส่งตรวจงานระหว่างดำเนินการไปควบคู่กัน
เพื่อจะมีเวลาจัดเรียบเรียงรายงานได้เร็วขึ้น หากมารอส่งตรวจงานท้ายสุดก็จะชลอการส่งมอบงานล่าช้าออกไปอีก ปัญหาอยู่ที่ข้อต่อไป
6. เมื่อได้จัดสรรกำลังคนและวางตารางการเรียนการสอนแล้ว จะต้องมีการติดตามและประชุมรายงานต่อไปในส่วนเป็นสิ่งที่
ทำให้โครงงานดูดีหรือแย่ลง ก็อยู่การนำเสนอผลงานว่าผ่านหรือไม่ หากจะให้ผ่านจะต้องมีเหตุผลที่ฟังขึ้นสำหรับการดำเนินการที่บกพร่อง
และจะมีความถี่มากน้อยเพียงใดอยู่ว่าโครงงานดำเนินการดีหรือไม่ มีทั้ง 1สัปดาห์ 2สัปดาห์ หรือ 1เดือนต่อครั้ง จงทำให้ดูดีนั่นแหละ
7. เมื่อทำให้ดูดีแล้ว ก็ต้องมีเอกสารที่น่าเชื่อถือและรายงานอันทำให้โครงงานผ่านวิชาไปได้ เพราะหากผลงานดีแล้ว
ย่อมทำให้การส่งมอบงานได้รวดเร็ว และที่สำคัญการเบิกงบงวดสุดท้ายเพื่อปิดโครงงานนั้นทำได้ไม่ยาก
8. เอกสารประกอบรายงานและการส่งมอบโครงงาน ให้อาจารย์ประจำวิชาตรวจสอบครั้งสุดท้ายว่าผ่านหรือไม่
ก็จะต้องมีผลงานและการนำเสนอรายงานที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ไม่มีข้อโต้แย้งได้ นั่นทำให้เราผ่านวิชานี้ได้
ส่วนเกรด ก็ขึ้นอยู่ว่า คุณจะไปศิษย์รัก และชังของอาจารย์กันแน่นะ หมั่นเคารพและยำเกรงในอาจารย์
และมีเหตุมีผลต่อสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ทำให้งานนั้นมีความเสียหายเป็นดีที่สุด...
BY ลูกพ่อขุนราม ศิษย์พระจอม
วันจันทร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2555
2. บทสอง การเตรียมข้อมูลวิชาโครงงานและวางแผนก่อนเรียน
กลับอีกครั้ง มาต่อกันในบทสอง
วิชาที่เราจะได้เรียนได้จำแนกกลุ่มดังนี้
1. โรงไฟฟ้า (EGAT, RGCO, KEGCO, BLCP,SAHACOGEN etc.)
2. โรงกลั่นและปิโตรเคมี (IRPC, PTT, BCP, etc.)
3. โรงปูนซีเมนต์และกระดาษ (SCG, TPIPL, PANJAPHOL, etc.)
4. โรงน้ำตาลและโรงสีข้าว ( KASETPHOL, CHIAMENG, etc.)
5. ท่าเรือและถังน้ำมัน (ปกติวิชาจะอยู่ในโรงกลั่นแต่ ความจำเพาะพิเศษบางอย่างจึงต้องแยกออกมาให้ชัดเจน)
ท่านจะได้พบกับอาจารย์ประจำวิชาก็ เรียกได้ว่าเป็น ผู้ดูแลหรือผู้ควบคุมประจำวิชาโครงงานมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
อาจจะไม่ใช่คนเดิม แล้วแต่คุณอยู่สังกัดวิชาส่วนไหน แล้วอาจารย์ประจำชั้นคุณเป็นใครกัน?
ในหนึ่งวิชาโครงงาน คุณจะได้รับผิดชอบหน้าที่ในตำแหน่งตามลำดับดังนี้
1. Site Manager ผู้จัดการภาคสนาม (ส่วนใหญ่อาจารย์ประจำชั้นอาจจะควบตำแหน่งนี้ด้วย)
2. Site Engineer วิศวกรภาคสนาม
3. Safty Officer เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยวิชาชีพ (ในบางครั้งอาจจะมีแค่ Technical Safety เท่านั้น)
4. QC Technician/Foreman เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพ (ภาคงานประกอบเชื่อมและการตรวจสอบ NDE)
5. Technician/Foreman หัวหน้างานช่าง (ภาคงานประกอบเชื่อมและการตรวจสอบ Visual)
6. Technician/Foreman หัวหน้างานช่าง (ภาคงานบริการตรวจซ่อมบำรุง)
7. Admin Document/Store ผู้ดูแลประสานงานและจัดการเอกสารงานและคลังพัสดุ
ก็จำแนกตามความรับผิดชอบได้ 7 ส่วนงานข้างต้น หากเป็นวิชาโครงงานระยะสั้น
อาจไม่ต้องมีตำแหน่งที่ 7 ก็ได้ เพราะส่วนใหญ่ความรับผิดชอบจะไปตกอยู่ในตำแหน่งที่ 2 ซะส่วนใหญ่
และต้องเป็นคนทำรายงานส่งอาจารย์ตลอดวิชาโครงงาน ไม่แน่คุณอาจจะทำได้ทุกตำแหน่งก็ได้นะ
เอาล่ะก่อนจะเริ่มเรียนในแต่ละวิชา เรามาดูสิว่าจะต้องเตรียมอะไรกันบ้าง (Bidding)
1.ข้อมูลประกอบพิจารณารายวิชา (วัตถุประสงค์และขอบเขตการฝึกสอนรายวิชา)
2. ตารางราคาและวัสดุอุปกรณ์ประกอบวิชาโครงงาน(BOQ and Materials)
3. แผนผังแบบและตารางเวลาวิชาโครงงาน(Drawing and Schedule)
4. ตารางจัดตำแหน่งรับผิดชอบและกำลังคนประกอบวิชาโครงงาน(Organizing and Man power)
5. เงื่อนไขเฉพาะวิชาโครงงาน
6. เงื่อนไขด้านกฎระเบียบและความปลอดภัยประจำวิชาโครงงาน
7. ข้อกำหนดเก็บเงินรายวิชาและส่งรายงานอนุมัติผลการเรียน(Payment and Submittal Report)
สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องเตรียมการก่อนที่คุณจะเรียนแต่ละวิชา
บางครั้งคุณมีเวลาไม่เกิน 2-3 วัน ก็จะเริ่มเปิดภาคเรียนแล้วดังนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องฝึกฝน
การเตรียมข้อมูลให้เกิดความชำนาญก่อนเริ่มเรียน ใช้เวลาพิจารณาข้อมูลทั้งหมดให้เข้าใจก่อนจะจำแนก
รายละเอียดและจัดการดังนี้
1. หาคำ KEYS WORD ข้อมูลรายวิชา ว่าต้องการอะไร มีสาระสำคัญอะไรบ้าง ให้เวลา 1 ชั่วโมงจับประเด็นให้ถูกต้อง
2. นำ KEYS WORD มาเขียนแผนผังเชื่อมโยงโครงงานทั้งหมดและจัดเป็นตาราง EXCEL (MICROSOFT PROJECT)
3. ถอดปริมาณวัสดุและจำแนกประเภท เพื่อสอบถามราคาวัสดุเบื้องต้น จากข้อมูลแผนผังแบบและตารางรายวิชาโครงงาน
4. เมื่อได้ราคาวัสดุ ก็กำหนดตารางราคาและปริมาณวัสดุอุปกรณ์ที่จะใช้ประกอบโครงงาน
5. ระหว่างนั้นก็ประชุมผู้ร่วมเรียนกลุ่มจัดตำแหน่งรับผิดชอบและกำลังคนประกอบวิชาโครงงาน และจัดทำตารางเสนอ
6. จัดทำเอกสารประกอบเพิ่มเติมในการนำเสนอโครงงาน เพราะอาจารย์ประจำวิชาจะให้คุณนำเสนอก่อนเริ่มเรียนเสมอ
7. สาระสำคัญที่จะให้คุณต้องเตรียมเพื่อนำเสนอได้แก่
7.1.แผนผังกลุ่มโครงงานของคุณ (ข้อมูลสวยหรู แต่ทำจริงไม่ได้ อย่านำเสนอเป็นอันขาด)
7.2.แผนผังระยะเวลาโครงงาน(มันจะบอกว่าคุณจะสามารถเรียนได้จนจบตามตารางการสอน)
7.3.ประวัติการเรียนที่ผ่านของกลุ่มผู้เรียนวิชาและใบประกาศนียบัตรผ่านการอบรมที่รับรองว่าเข้าพื้นที่ภาคสนามพิเศษได้
7.4.แผนโครงงานในส่วนขั้นตอนการตรวจสอบงานเชื่อมและทดสอบ NDE (ถ้ามี)
7.5.แผนผังแบบที่ปรับปรุงข้อมูลแล้วก่อนเริ่มเรียนจริง(หากข้อมูลรายวิชาไม่ได้กำหนดออกแบบมาให้ตั้งแต่ต้น)
8.ข้อมูลเทคนิคในการนำเสนอก่อนเริ่มเรียนวิชาโครงงาน (คุณต้องคำนวณการติดตั้งอุปกรณ์เครื่องจักรและโครงสร้างที่ต้องได้รับอนุมัติก่อนดำเนินการ)
9.แบบฟอร์มตารางรายงานและติดตามผลการเรียนวิชาโครงงาน (ส่วนนี้อาจารย์ประจำวิชาจะแจ้งเมื่อเริ่มการนำเสนอโครงงานครั้งแรก)
หลักสำคัญในการเริ่มเรียนแต่ละวิชา คุณจำเป็นต้องเตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อน และจัดเรียงข้อมูลลำดับความสำคัญว่าสิ่งควรทำก่อนหลัง
ดังนั้นหากคุณมีเวลาเตรียมข้อมูลรายวิชา มากน้อยเท่าใด แต่ไม่สำคัญเท่าคุณจัดลำดับมันถูกหรือไม่
หากคุณเริ่มเตรียมจากสุดท้ายมาหาสิ่งแรกที่ต้องทำแล้วก็ คุณก็ทำมันไม่ทันเท่านั้นแหละ
แล้วติดตามต่อใน บทสอง (ต่อ) ภาค วางแผนก่อนเรียน นะ
BY ลูกพ่อขุนราม ศิษย์พระจอม
2. บทสอง การเตรียมข้อมูลวิชาโครงงานและวางแผนก่อนเรียน
เราจะเริ่มเตรียมข้อมูลวิชาโครงงาน ซึ่งคุณจะต้องไปเรียนภาคสนามส่วนใหญ่วิชาที่เราจะได้เรียนได้จำแนกกลุ่มดังนี้
1. โรงไฟฟ้า (EGAT, RGCO, KEGCO, BLCP,SAHACOGEN etc.)
2. โรงกลั่นและปิโตรเคมี (IRPC, PTT, BCP, etc.)
3. โรงปูนซีเมนต์และกระดาษ (SCG, TPIPL, PANJAPHOL, etc.)
4. โรงน้ำตาลและโรงสีข้าว ( KASETPHOL, CHIAMENG, etc.)
5. ท่าเรือและถังน้ำมัน (ปกติวิชาจะอยู่ในโรงกลั่นแต่ ความจำเพาะพิเศษบางอย่างจึงต้องแยกออกมาให้ชัดเจน)
ท่านจะได้พบกับอาจารย์ประจำวิชาก็ เรียกได้ว่าเป็น ผู้ดูแลหรือผู้ควบคุมประจำวิชาโครงงานมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
อาจจะไม่ใช่คนเดิม แล้วแต่คุณอยู่สังกัดวิชาส่วนไหน แล้วอาจารย์ประจำชั้นคุณเป็นใครกัน?
ในหนึ่งวิชาโครงงาน คุณจะได้รับผิดชอบหน้าที่ในตำแหน่งตามลำดับดังนี้
1. Site Manager ผู้จัดการภาคสนาม (ส่วนใหญ่อาจารย์ประจำชั้นอาจจะควบตำแหน่งนี้ด้วย)
2. Site Engineer วิศวกรภาคสนาม
3. Safty Officer เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยวิชาชีพ (ในบางครั้งอาจจะมีแค่ Technical Safety เท่านั้น)
4. QC Technician/Foreman เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพ (ภาคงานประกอบเชื่อมและการตรวจสอบ NDE)
5. Technician/Foreman หัวหน้างานช่าง (ภาคงานประกอบเชื่อมและการตรวจสอบ Visual)
6. Technician/Foreman หัวหน้างานช่าง (ภาคงานบริการตรวจซ่อมบำรุง)
7. Admin Document/Store ผู้ดูแลประสานงานและจัดการเอกสารงานและคลังพัสดุ
ก็จำแนกตามความรับผิดชอบได้ 7 ส่วนงานข้างต้น หากเป็นวิชาโครงงานระยะสั้น
อาจไม่ต้องมีตำแหน่งที่ 7 ก็ได้ เพราะส่วนใหญ่ความรับผิดชอบจะไปตกอยู่ในตำแหน่งที่ 2 ซะส่วนใหญ่
และต้องเป็นคนทำรายงานส่งอาจารย์ตลอดวิชาโครงงาน ไม่แน่คุณอาจจะทำได้ทุกตำแหน่งก็ได้นะ
เอาล่ะก่อนจะเริ่มเรียนในแต่ละวิชา เรามาดูสิว่าจะต้องเตรียมอะไรกันบ้าง (Bidding)
1.ข้อมูลประกอบพิจารณารายวิชา (วัตถุประสงค์และขอบเขตการฝึกสอนรายวิชา)
2. ตารางราคาและวัสดุอุปกรณ์ประกอบวิชาโครงงาน(BOQ and Materials)
3. แผนผังแบบและตารางเวลาวิชาโครงงาน(Drawing and Schedule)
4. ตารางจัดตำแหน่งรับผิดชอบและกำลังคนประกอบวิชาโครงงาน(Organizing and Man power)
5. เงื่อนไขเฉพาะวิชาโครงงาน
6. เงื่อนไขด้านกฎระเบียบและความปลอดภัยประจำวิชาโครงงาน
7. ข้อกำหนดเก็บเงินรายวิชาและส่งรายงานอนุมัติผลการเรียน(Payment and Submittal Report)
สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องเตรียมการก่อนที่คุณจะเรียนแต่ละวิชา
บางครั้งคุณมีเวลาไม่เกิน 2-3 วัน ก็จะเริ่มเปิดภาคเรียนแล้วดังนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องฝึกฝน
การเตรียมข้อมูลให้เกิดความชำนาญก่อนเริ่มเรียน ใช้เวลาพิจารณาข้อมูลทั้งหมดให้เข้าใจก่อนจะจำแนก
รายละเอียดและจัดการดังนี้
1. หาคำ KEYS WORD ข้อมูลรายวิชา ว่าต้องการอะไร มีสาระสำคัญอะไรบ้าง ให้เวลา 1 ชั่วโมงจับประเด็นให้ถูกต้อง
2. นำ KEYS WORD มาเขียนแผนผังเชื่อมโยงโครงงานทั้งหมดและจัดเป็นตาราง EXCEL (MICROSOFT PROJECT)
3. ถอดปริมาณวัสดุและจำแนกประเภท เพื่อสอบถามราคาวัสดุเบื้องต้น จากข้อมูลแผนผังแบบและตารางรายวิชาโครงงาน
4. เมื่อได้ราคาวัสดุ ก็กำหนดตารางราคาและปริมาณวัสดุอุปกรณ์ที่จะใช้ประกอบโครงงาน
5. ระหว่างนั้นก็ประชุมผู้ร่วมเรียนกลุ่มจัดตำแหน่งรับผิดชอบและกำลังคนประกอบวิชาโครงงาน และจัดทำตารางเสนอ
6. จัดทำเอกสารประกอบเพิ่มเติมในการนำเสนอโครงงาน เพราะอาจารย์ประจำวิชาจะให้คุณนำเสนอก่อนเริ่มเรียนเสมอ
7. สาระสำคัญที่จะให้คุณต้องเตรียมเพื่อนำเสนอได้แก่
7.1.แผนผังกลุ่มโครงงานของคุณ (ข้อมูลสวยหรู แต่ทำจริงไม่ได้ อย่านำเสนอเป็นอันขาด)
7.2.แผนผังระยะเวลาโครงงาน(มันจะบอกว่าคุณจะสามารถเรียนได้จนจบตามตารางการสอน)
7.3.ประวัติการเรียนที่ผ่านของกลุ่มผู้เรียนวิชาและใบประกาศนียบัตรผ่านการอบรมที่รับรองว่าเข้าพื้นที่ภาคสนามพิเศษได้
7.4.แผนโครงงานในส่วนขั้นตอนการตรวจสอบงานเชื่อมและทดสอบ NDE (ถ้ามี)
7.5.แผนผังแบบที่ปรับปรุงข้อมูลแล้วก่อนเริ่มเรียนจริง(หากข้อมูลรายวิชาไม่ได้กำหนดออกแบบมาให้ตั้งแต่ต้น)
8.ข้อมูลเทคนิคในการนำเสนอก่อนเริ่มเรียนวิชาโครงงาน (คุณต้องคำนวณการติดตั้งอุปกรณ์เครื่องจักรและโครงสร้างที่ต้องได้รับอนุมัติก่อนดำเนินการ)
9.แบบฟอร์มตารางรายงานและติดตามผลการเรียนวิชาโครงงาน (ส่วนนี้อาจารย์ประจำวิชาจะแจ้งเมื่อเริ่มการนำเสนอโครงงานครั้งแรก)
หลักสำคัญในการเริ่มเรียนแต่ละวิชา คุณจำเป็นต้องเตรียมข้อมูลให้พร้อมก่อน และจัดเรียงข้อมูลลำดับความสำคัญว่าสิ่งควรทำก่อนหลัง
ดังนั้นหากคุณมีเวลาเตรียมข้อมูลรายวิชา มากน้อยเท่าใด แต่ไม่สำคัญเท่าคุณจัดลำดับมันถูกหรือไม่
หากคุณเริ่มเตรียมจากสุดท้ายมาหาสิ่งแรกที่ต้องทำแล้วก็ คุณก็ทำมันไม่ทันเท่านั้นแหละ
แล้วติดตามต่อใน บทสอง (ต่อ) ภาค วางแผนก่อนเรียน นะ
BY ลูกพ่อขุนราม ศิษย์พระจอม
หลักสูตรการเรียนการสอน PPMS
หลักสูตรการเรียนการสอน
ที่นี่ไม่ได้จำกัดระยะเวลาว่าคุณจะต้องเรียนกี่ปี ซึ่งแบ่งได้ดังนี้
1.หลักสูตรเร่งรัดระยะสั้น 6 เดือนหรือ 1-2 ปี ก็แล้วแต่ความต้องการของคุณ
สำหรับผู้ที่มีความหวังกับแหล่งการศึกษาใหม่ หรือกำลังรอผลการสอบที่อื่นอยู่
2.หลักสูตรปกติของโรงเรียนนี้อยู่ที่ 4-5 ปี หากเกินกว่านี้แสดงคุณยังเรียนตกบางวิชาหรือสอบซ่อมบางวิชาที่ไม่ผ่านอยู่
หรือยังมีรายงาานทำส่งอาจารย์ไม่เสร็จก็เลยไม่ผ่านวิชานั้นไปได้
3.หลักสูตรระยะยาวนั้นตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปสำหรับบุคคลไม่รีบร้อนค่อยๆเรียนรู้กันไป
โดยลงวิชาน้อยไปทำให้มีเวลาว่างเยอะหรือยังไม่มีจุดหมายในชีวิตที่แน่นอน
เพราะต้องการศึกษาวิชาโดยละเอียดและอ่านบทเรียนซ้ำไปซ้ำมาเพื่อที่จะแตกฉานในแต่ละวิชาก่อนจบการศึกษา
ต่อไปนี้จะเริ่มเข้าสู่บทเรียนวิชา PPMS ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 9 บทดังนี้
1. บทแรก สัมภาษณ์และเริ่มเข้าเรียน
2. บทสอง เตรียมข้อมูลวิชาโครงงานและวางแผนก่อนเรียน
3. บทสาม การแบ่งตารางเรียนวิชาและประสานงานเพื่อเริ่มโครงงาน
4. บทสี่ การสั่งซื้อและวิเคราะห์โครงงาน
5. บทห้า ติดตามและประเมินผลการเรียนการสอน
6. บทหก การประชุมและแก้ปัญหาโครงงาน
7. บทเจ็ด สรุปโครงงานและทำรายงาน
8. บทแปด ส่งมอบรายงานและจัดเก็บเงินค่าเทอม
9. บทเก้า ประสบการณ์ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น
BY ลูกพ่อขุนราม ศิษย์พระจอม
ที่นี่ไม่ได้จำกัดระยะเวลาว่าคุณจะต้องเรียนกี่ปี ซึ่งแบ่งได้ดังนี้
1.หลักสูตรเร่งรัดระยะสั้น 6 เดือนหรือ 1-2 ปี ก็แล้วแต่ความต้องการของคุณ
สำหรับผู้ที่มีความหวังกับแหล่งการศึกษาใหม่ หรือกำลังรอผลการสอบที่อื่นอยู่
2.หลักสูตรปกติของโรงเรียนนี้อยู่ที่ 4-5 ปี หากเกินกว่านี้แสดงคุณยังเรียนตกบางวิชาหรือสอบซ่อมบางวิชาที่ไม่ผ่านอยู่
หรือยังมีรายงาานทำส่งอาจารย์ไม่เสร็จก็เลยไม่ผ่านวิชานั้นไปได้
3.หลักสูตรระยะยาวนั้นตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปสำหรับบุคคลไม่รีบร้อนค่อยๆเรียนรู้กันไป
โดยลงวิชาน้อยไปทำให้มีเวลาว่างเยอะหรือยังไม่มีจุดหมายในชีวิตที่แน่นอน
เพราะต้องการศึกษาวิชาโดยละเอียดและอ่านบทเรียนซ้ำไปซ้ำมาเพื่อที่จะแตกฉานในแต่ละวิชาก่อนจบการศึกษา
ต่อไปนี้จะเริ่มเข้าสู่บทเรียนวิชา PPMS ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 9 บทดังนี้
1. บทแรก สัมภาษณ์และเริ่มเข้าเรียน
2. บทสอง เตรียมข้อมูลวิชาโครงงานและวางแผนก่อนเรียน
3. บทสาม การแบ่งตารางเรียนวิชาและประสานงานเพื่อเริ่มโครงงาน
4. บทสี่ การสั่งซื้อและวิเคราะห์โครงงาน
5. บทห้า ติดตามและประเมินผลการเรียนการสอน
6. บทหก การประชุมและแก้ปัญหาโครงงาน
7. บทเจ็ด สรุปโครงงานและทำรายงาน
8. บทแปด ส่งมอบรายงานและจัดเก็บเงินค่าเทอม
9. บทเก้า ประสบการณ์ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น
BY ลูกพ่อขุนราม ศิษย์พระจอม
แนะนำ โรงเรียน PPMS
โรงเรียน PPMS ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์จริง
By ลูกพ่อขุนราม ศิษย์พระจอมปัจจุบันโรงเรียนแห่งนี้ได้ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์กันจากรุ่นต่อรุ่น
และขยายวงกว้างไปสู่อุตสาหกรรมโรงไฟฟ้าและปิโตรเคมีหลายแห่ง
ไม่เว้นแต่โรงน้ำตาลหรือโรงกระดาษ นักเรียนที่จบการศึกษา
บางคนไปประกอบกิจการส่วนตัว บางคนได้ดีในตำแหน่งหน้าที่การงานใหม่
ผลจากการสั่งสมประสบการณ์ความรู้ที่ได้รับมา ทำให้ศิษย์เก่าทั้งหลายหลังจากออก
จากโรงเรียนมาได้ดีเกือบทุกคน โดยมีผอ.ที่เข้มงวดมากที่สุดคอยผลักดันไปจนได้ดี
หากไม่เจออาจารย์ปกครองไม่บีบบังคับกดดันจนออกซะก่อน
หรือนักการภารโรงนินทาว่าร้ายและคอยรายงานทุกเรื่องจนต้องออกจากโรงเรียนไปก็มี
(บางเรื่องสมมติขึ้นเพื่อให้เรื่องน่าติดตามต่อไปนะ)
By ลูกพ่อขุนราม ศิษย์พระจอม
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)